Activities

2012-30-01 [558] viewed

ชาวสวนลำไยตื่นตัวตั้งรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


 

ชาวสวนลำไยตื่นตัวตั้งรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

       โดย เคหการเกษตร  ข้อมูล ฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

    มหาอุทกภัยปี 2554 มิได้ส่งผลเฉพาะเขตเพาะปลูกภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางเท่านั้น แต่พายุฝนในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมที่ผ่านมายังส่งผลต่อเหตุการณ์น้ำท่วมสวนลำไยในเขตภาคเหนือ ทำให้ชาวสวนมีคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อการวางแผนการผลิตหรือไม่ และควรเตรียมการตั้งรับอย่างไร
     ชาวสวนลำไยภาคเหนือโดย คุณวินัย หวันชัยศรี เกษตรกรดีเด่น เสนอว่าชาวสวนควรจะจดบันทึกทุกอย่างตั้งแต่อุณหภูมิ ปุ๋ย การให้ยา สารเคมี สีผล เพื่อใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ และทำลำไยเป็น 4 โซน หรือ 4 รุ่น แล้วแต่จะขายเมื่อใด ได้แก่ รุ่นวันชาติจีนในเดือนกันยายนก็จะราดสารช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ รุ่นปีใหม่ราดสารเร่งดอกช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน รุ่นตรุษจีน ราดสารเดือนมิถุนายน ส่วนรุ่นเช็งเม้งราดสารช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม หลังเก็บเกี่ยวแล้วต้องตัดแต่งกิ่งดูแลทันที ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการขายลำไยและได้ราคาดีตลอด
   

       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรจะจัดการผลผลิตได้ตามตำราและการฝึกอบรมพร้อมสั่งสมประสบการณ์ แต่ขณะนี้เกษตรกรและเครือข่ายมิสเตอร์ลำไย ภายใต้การนำของ ผศ. พาวิน มะโนชัย ผู้ก่อตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้-สกว. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ติดตามข้อมูลวิชาการของลำไยมาอย่างต่อเนื่อง สำคัญที่สุดคือทำแล้วได้ผล เริ่มสังเกตว่าอุณหภูมิและฝนฟ้าเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คาดเดาสถานการณ์ยาก บางครั้งราดสารเร่งดอกแล้วฝนมาก็เสียโอกาสของรุ่นนั้นไป ซึ่ง คุณวิชกร รอมใจ ผู้ปลูกลำไยนอกฤดูในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมเป็นตัวกำหนดปัจจัยการผลิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงระยะเวลาในการราดสารโพแทสเซียมคลอเรต เมื่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้จากเดิมที่เคยราดสารในเดือนเมษายน ต้องล่าช้าออกไปถึงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ทำให้ผลผลิตลำไยไม่ตรงตามความต้องการของตลาด เป็นเหตุให้ต้องปรับตัวตรวจสอบสภาพภูมิอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เกษตรกรจึงอยากได้ความรู้ที่ชัดเจนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่าข้อสังเกตต่าง ๆ นั้นมีเหตุผลหรือคำอธิบายรองรับหรือไม่ 
             ประเด็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตลำไยของไทยในขณะนี้ จึงเป็นโจทย์ท้าทายหนึ่งที่สำนักงานกองทนุสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ความสำคัญและเห็นถึงความจำเป็นในการศึกษาวิจัยเพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกับผลกระทบดังกล่าวที่กำลังก่อตัวขึ้น จึงได้สนับสนุนโครงการ “อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการเจริญเติบโต ออกดอกและติดผลของลำไยพันธุ์ดอ” เป็นโครงการแรกของประเทศไทย ภายใต้โครงการวิจัยย่อยของศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้-สกว. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงาน มีข้อมูลแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและฝนต่อการเจริญเติบโต ออกดอก ติดผลของลำไยทั้งที่ออกดอกตามธรรมชาติและลำไยนอกฤดูเป็นเบื้องต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อลำไย


      และเพื่อให้นักวิชาการด้านโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้มีโอกาสรับฟังข้อมูลจากชาวสวน รวมทั้งได้ตอบข้อข้องใจ สกว.จึงสนับสนุนให้ศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้-สกว. จัดประชุมเสวนาวิชาการเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: การตั้งรับและการปรับตัวของเกษตรกรชาวสวนลำไย” ณ อาคารศูนย์กล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมีเกษตรกรและนักวิชาการสนใจเข้าร่วมรับฟังถึงกว่า 260 คน

                        รศ. ดร.อำนาจ ชิดไธสง ผู้ประสานงานและพัฒนางานวิจัยด้านโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (สกว.) และบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ให้ข้อมูลและข้อคิดว่า อุณหภูมิในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 0.8-0.9 องศาเซลเซียส ทุก 55 ปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยแนวโน้มของโลก นอกจากนี้จำนวนวันที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส เพิ่มขึ้น 10-20 วัน และคืนที่อุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส เพิ่มขึ้น 12-43 วันต่อปี ฝนแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างทั้งปริมาณและรูปแบบการกระจายตัว โดยปริมาณฝนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มเพิ่มโดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน-เมษายน และลดลงในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ดังนั้น เกษตรกรจึงต้องเฝ้าระวังภาวะภัยแล้งและอุทกภัยที่จะเป็นปัญหาเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อทั้งปริมาณ คุณภาพ ต้นทุน และช่วงเวลาของผลผลิตที่คาดการณ์ได้ยากขึ้น ขณะที่ รศ. ดร.อรรถชัย จินตะเวช จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้แนวการเรียนรู้โดยทำแบบจำลองการผลิตพืชโดยมีปัจจัยแวดล้อมที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจปลูก การกำหนดการผลิต และระยะเวลาที่ต้องการผลผลิตออกสู่ตลาด 
        ในการเสวนาครั้งนี้ชาวสวนลำไยได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และส่งคำถามถึงนักวิชาการ บางประเด็นผ่านต่อไปยังรัฐบาล เช่น ลำไยพันธุ์ใดที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และพายุ) จะวางแผนจัดการการผลิตอย่างไร ช่วงเวลาใดที่เหมาะสมต่อการราดสารโพแทสเซียมคลอเรต หากอุณหภูมิและปริมาณฝนเปลี่ยนแปลงจะส่งผลอย่างไรต่อการออกดอกและติดผล และ ผลกระทบที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะชดเชยอย่างไร        
       

ทั้งนี้ ผศ.พาวินมีข้อคิดทิ้งท้ายแก่ชาวสวนลำไยว่า “แม้สภาพภูมิอากาศจะเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถกำกับและควบคุมได้ แต่สามารถใช้ข้อมูลสถิติของการเปลี่ยนดินฟ้าอากาศย้อนหลังมาเป็นตัวบันทึกและตรวจสอบ ร่วมกับการใช้ความรู้และประสบการณ์ ผนวกกับความเป็นมืออาชีพของเกษตรกรมาใช้ในการวางแผนการผลิตและจัดการความเสี่ยงได้”
 

      ด้าน รศ. ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ ผอ.ฝ่ายเกษตร สกว. ให้ความเห็นว่า ขณะนี้ชาวสวนลำไยกำลังก้าวผ่านการจัดการเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Precision Agricultural Technology) ดังปรากฏผล “ลำไยสั่งได้...ออกได้ทุกเวลาที่ต้องการ” และก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นประเด็นสำคัญทั่วโลก รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นการเตรียมบันทึกข้อมูลทุกชนิดในแปลง ตื่นตัวที่จะเรียนรู้ข้อมูลใหม่ ความรู้และข่าวสารใหม่ จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ภาคเกษตรของเราก้าวทันและก้าวล้ำพร้อมเดินไปกับภาควิชาการเพื่อรับมือความเสี่ยงใหม่ได้อย่างแน่นอน





Last Update : 30/01/2012 17:47:46 viewed.
blog comments powered by DisqusPowered by Disqus
 
Home>DETAIL