1 climatechange.jgsee.org

NEWS

Update Date:2019-09-06 11:23:19 Viewed:[11]

ไอร์แลนด์มีแผนปลูกต้นไม้ 440 ล้านต้นภายในปี 2040 เพื่อต่อสู้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศประเทศไอร์แลนด์ได้ประกาศแผนการปลูกต้นไม้จำนวนมหาศาลถึง 440 ล้านต้นให้สำเร็จภายในปี 2040 นั่นหมายถึงว่าพวกเขาต้องปลูกต้นไม้จำนวน 22 ล้านต้นในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องนาน 20 ปีจึงจะสำเร็จตามเป้าหมาย

เดิมทีไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของโลก มีพื้นที่ป่าไม้มากถึง 80% ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ แต่ในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมาพื้นที่ป่าไม้ของไอร์แลนด์ลดลงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเหลือเพียง 1% ในปี 1929 ไอร์แลนด์เป็นประเทศเดียวในยุโรปที่มีการทำลายป่าไม้ลงอย่างราบคาบสมบูรณ์แบบ

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาป่าไม้ในไอร์แลนด์ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนถึงปี 2012 พื้นที่ป่าได้เพิ่มขึ้นเป็น 7,316 ตร.กม. หรือคิดเป็น 10.5% ของพื้นที่ประเทศซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 350 ปี แต่นั่นก็ยังห่างมากจากค่าเฉลี่ยของประเทศในยุโรปซึ่งอยู่ที่ระดับมากกว่า 30%
โครงการปลูกป่าขนาดมหึมาของไอร์แลนด์นี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายปลูกป่าให้ครอบคลุมพื้นที่ 8,000 ตร.กม. เพื่อกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยเข้าสู่บรรยากาศ
ต้นไม้ที่ปลูกจะเป็นไม้ใบเล็กพวกต้นสน (Conifers) ราว 70% และอีกราว 30% จะพวกไม้ใบใหญ่ (Broadleaf Tree) สำหรับพวกไม้ใบเล็กคาดว่าปลูกจำนวน 2,500 ต้นต่อ 1 เฮกตาร์ (พื้นที่กว้างยาวด้านละ 100 ม.) ส่วนไม้ใบใหญ่ปลูกจำนวน 3,300 ต้นต่อ 1 เฮกตาร์
“แผนปฏิบัติการด้านสภาพอากาศมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการปลูกป่าไม้เพื่อให้แน่ใจว่าคาร์บอนจากการใช้ที่ดินจะลดลงในช่วงปี 2021 – 2030 และหลังจากนั้น” เจ้าหน้าที่โครงการกล่าว “เป้าหมายสำหรับการปลูกป่าใหม่คือ 22 ล้านต้นต่อปีตลอดช่วง 20 ปีข้างหน้า เป้าหมายคือจะปลูกต้นไม้ให้ได้ทั้งหมด 440 ล้านต้น”

แผนการนี้ถูกประกาศราว 2 เดือนหลังการเผยแพร่ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่าการปลูกต้นไม้ให้ได้มากกว่า 5 แสนล้านต้นเป็นวิธีแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศของโลกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะสามารถทำได้ทันที ลงทุนไม่สูงมาก และสามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากบรรยากาศได้ราว 25% ซึ่งจะทำให้ลดลงเป็นระดับเดียวกับเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน

แต่อย่างไรก็ตามการปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียวจะไม่ได้ผลเลยหากไม่มีการลดการปล่อยมลพิษเข้าสู่บรรยากาศ ดังนั้นต้องดำเนินมาตรการลดการปล่อยมลพิษอย่างเข้มข้นควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (พลังงานลม, พลังงานแสงอาทิตย์ ฯลฯ) และใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน เป็นต้น


ข้อมูลและภาพจาก takieng (5/9/2562)
(ที่มา: https://www.takieng.com/stories/16232)